ฟีฟ่ายันใช้เทคโนโลยีจับล้ำหน้าฟุตบอลโลก2022

ฟีฟ่า ยันใช้เทคโนโลยีกึ่งอัตโนมัติจับล้ำหน้าในฟุตบอลโลก 2022 หลังทดสอบแล้วมีความรวดเร็วและแม่นยำกว่าระบบ วีเออาร์ ในปัจจุบัน

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า จะนำเทคโนโลยีจับจังหวะล้ำหน้ามาใช้ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคมนี้

เทคโนโลยีกึ่งอัตโนมัติ (Semi-automated offside technology) เป็นการใช้กล้อง 10 ตัว จับการเคลื่อนที่ของนักเตะแต่ละคนด้วยการพิจารณาตำแหน่งของร่างกาย 29 จุด แล้วนำมาคำนวนด้วยความเร็ว 50 ครั้งต่อวินาทีมาเป็นตัวช่วยเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการตัดสินจังหวะล้ำหน้า

นอกจากนั้น เทคโนโลยีดังกล่าว จะใช้กล้อง 12 ตัวติดตั้งภายใต้หลังคาสนาม ตรวจจับลูกฟุตบอลซึ่งมีเซนเซอร์ฝังอยู่แล้วส่งข้อมูลไปยังห้องผู้ตัดสินวีเออาร์โดยละเอียดถึง 500 ครั้งต่อวินาที ก่อนแสดงภาพอนิเมชัน 3 มิติบนจอยักษ์ภายในสนามและทางหน้าจอถ่ายทอดสดอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่า เคยนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้แล้วในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก และ อาหรับ คัพ ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี หลังสามารถบ่งชี้จังหวะล้ำหน้าหรือไม่ล้ำได้เร็วกว่าระบบ วีเออาร์ ในปัจจุบัน

ขณะที่ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธาน ฟีฟ่า เผยว่า "เทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติเป็นวิวัฒนาการของระบบวีเออาร์ที่มีการใช้งานทั่วโลก เทคโนโลยีนี้เป็นจุดสูงสุดของการวิจัยและทดสอบอย่างทุ่มเทเป็นเวลาสามปีเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม, ผู้เล่น และแฟนบอลที่จะมุ่งหน้าไปยังกาตาร์ปลายปีนี้"

"ฟีฟ่า มุ่งมั่นที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงเกมฟุตบอลในทุกระดับ และการใช้เทคโนโลยีล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติในฟุตบอลโลก 2022 เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด" หัวเรือใหญ่องค์กรลูกหนังโลก กล่าวทิ้งท้าย

ฟีฟ่ายันใช้เทคโนโลยีจับล้ำหน้าฟุตบอลโลก2022