“สุภโชค”ฮีโร่พา บรร.หนีแต้ม”แข้งเทพ”,“ฉลามชล”ทวงที่ 3,“สวาทแคท”โกงตาย

ยังคงโดนพิษของไวรัสมรณะ โควิด -19 เล่นงานสำหรับลีกสูงสุดแดนสยาม เมื่อมีเกม 2 คู่ที่ต้องถูกเลื่อนไป ทั้ง ราชบุรีฯ พบ เมืองทองฯ และ การท่าเรือฯ พบ สุพรรณบุรีฯ ทำให้เหลือเตะกันแค่ 6 คู่ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผลงานแต่ละทีมเป็นอย่างไรไปย้อนดูกันอีกครั้ง

เริ่มจากเกมเมื่อเสาร์ 22 ม.ค. 65 ที่เตะกัน 3 คู่ “เขี้ยวสมุทร” สมุทรปราการ ซิตี้ เริ่มน่าวิตกอย่างที่หลายคนเป็นห่วงว่าพวกเขามีโอกาสเป็น 1 ใน 3 ทีมที่อาจต้องตกชั้นในฤดูกาลนี้ของไทยลีก 1 ไปได้เมื่อ ล่าสุด ไม่ชนะใคร 7 นัดติดต่อกันเข้าให้แล้ว โดย เสมอ 3 แพ้ 4 นัด

“เขี้ยวสมุทร” ชนะล่าสุดเมื่อ 31 ต.ค. 64 ที่ผ่านมาที่เปิดบ้านชนะ ราชบุรีฯ ได้ 2-1 นัดนี้เล่นในบ้านเจอกับ โปลิศเทโรฯ และหวิดที่จะแพ้คาบ้านเพราะโดนทีมเยือนบุกไปนำก่อน ในน. 16 จาก เอวานโดร เปาลิสต้า แถม น. 58 ชัยวัฒน์ บุราณ ยังมาโดนใบแดงไล่ออกไปอีก ยังดีที่ ได้ ชญาวัติ ศรีนาวงศ์ ซัดตีเสมอให้ทีมแชร์แต้มได้ 1-1 ใน น. 84

พีที ประจวบฯ เป็นอีกทีมที่มีแนวโน้มตกชั้นสูงไม่น้อยเพราะ ชนะไม่เป็นมา 10 นัดติดเข้าให้แล้ว โดยเป็นการ เสมอ 2 แพ้ 8 นัด เกมสุดท้ายที่ “ต่อพิฆาต” ชนะคู่ต่อสู้ได้ต้องย้อนหลังไปเมื่อ 16 ต.ค. 64 ที่ บุกชนะ เชียงใหม่ ยูฯ ได้ 1-0 หลังจากนั้นไม่ชนะใครอีกเลย

เกมนี้เล่นในถิ่นตัวเอง โดน เชียงราย ยูฯ ที่กลายเป็นทีมที่เล่นในบ้านตัวเองดีที่สุดบุกไปชนะได้ 3-1 จาก เกตเตอร์สัน น. 3 , อัครวินทร์ สวัสดิ์ 2 ประตู ในน. 86, 93 ( จุดโทษ) ส่วน พีที ประจวบฯ ได้จาก อภิชาต เด็นหมาน น. 68 อยู่รองบ๊วยต่อไปสำหรับ “ต่อพิฆาต”

ขณะที่ “กระต่ายแก้ว “ บีจีปทุมฯ แม้จะเปลี่ยนให้ “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ผอ.สโมสร มารักษาการ กุนซือแทน ดุสิต เฉลิมแสน ที่ลาออกไปเพื่อรับผิดชอบ หลังก่อนหน้านี้ “โค้ชโอ่ง” คุมทัพมา 5 นัดไม่ชนะใคร เสมอ 3 แพ้ 2 นัด

ทว่านัดนี้ในบ้าน “กระต่ายแก้ว” ก็พลาด 3 แต้มไปเมื่อนำก่อน ในน. 56 จาก อันเดรส ตุญเญช แต่ท้ายเกม น. 85 ก็ถูกอดีตเด็กเก่า ดาวซัลโวไทยลีกซีซั่นก่อน อย่าง บาร์บอส ทาร์เดลี่ ซัดตีเสมอให้ หนองบัวฯ ได้ 1-1

ส่วนเกมอีก 3 คู่วันอาทิตย์ที่ 23 ม.ค. 65 นั้น “ฉลามชล” ที่สะดุดแพ้ในรอบ 9 นัดก่อนหน้านี้ ด้วยน้ำมือของ หนองบัวฯ มา 2-3 (ย ) กลับมาเล่นในบ้านเช็คบิล ชนะ ขอนแก่น ยูฯ ได้ 2-0 จาก ยูบยองซู น. 25 ที่ เจ้าชายบรูไน ฟาอิค เจฟรี่ โบเกียห์ ที่ออกสตาร์ทตัวจริงเป็นเกมแรกหลังย้ายมาร่วมทัพ โดยก่อนหน้านี้ ลงสำรองมา 2 เกมนัดเสมอ เมืองทองฯ 1-1 ( ห ) , แพ้ หนองบัวฯ 2-3 (ย ) แอสซิสต์ ให้ ยู บยอง ซู ได้ 2 เกมติดต่อกันหลังนัดก่อนที่ลงสำรองก็จ่ายให้ ยู บยอง ซู ตีเสมอ หนองบัวฯ ได้ 1-1 อีก 1 ประตู เกมนี้ได้จาก ตัวสำรอง อย่างพิทักษ์ พิมแป้ น. 91 ชลบุรีฯ ขยับไปอยู่อันดับ 3 อีกครั้ง ตามหลัง บุรีรัมย์ฯ จ่าฝูง 5 แต้ม และตาม ทรูฯ รองฝูง แค่ 1 แต้ม

ส่วน นครราชสีมาฯ โชว์สปิริต เปิดบ้านโกงตายไล่ตีเสมอ เชียงใหม่ ยูฯ ไป 2-2 ทีมเยือน “ช้างเผือก” ที่ ไม่ชนะใคร 12 นัดติดต่อกันและก่อนหน้านี้แพ้มา 7 นัดติดนั้น บุกนำก่อนถึง 2-0 จาก บวร ตาปลา น. 13 , เอกนิษฐ์ ปัญญา น. 25 แต่เก็บชัยไม่ได้ โดน นครราชสีมาฯเจ้าถิ่น ตามเจ๊า จาก ณัฐชัย ศรีสุวรรณ์ น. 62 , ควาเม่ คาริคารี่ น. 88

อีกคู่ บุรีรัมย์ฯ ไม่น่าพลาดที่จะกลับมาเป็นแชมป์ลีกสูงสุดในซีซั่นนี้หลังจากห่างเหินมา 2 ปีให้ เชียงราย ยูฯ กับ บีจีฯ มาก่อนหน้านี้ หลังเพิ่มช่องว่างแต้ม หนี ทรูแบงค็อกฯ จาก เดิม 2 เป็น 5 แต้มเข้าให้แล้วเมื่อ เฝ้าบ้านและได้”เจ้าเชค” สุภโชค สารชาติ เป็นฮีโร่ ซัดประตูโทนท้ายเกม น. 88 บดชนะ “แข้งเทพ” ได้ 1-0 ทำให้เฮดทูเฮด เท่ากับ ทรูฯ แล้วด้วยหลังเลกแรก บุกมาแพ้ 0-2 แต่กลับไปชนะคืนได้ โอกาสจะเข้าป้ายคว้าแชมป์แบบนำม้วนเดียวจบมีสูงทีเดียว

“สุภโชค”ฮีโร่พา บรร.หนีแต้ม”แข้งเทพ”,“ฉลามชล”ทวงที่ 3,“สวาทแคท”โกงตาย