เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

อดีตผู้รักษาประตูฝีมือดีที่เหนียบหนึบถึงขั้นติดธงที่หน้าอก แต่ด้วยอาการบาดเจ็บที่เข่ารบกวน ประกอบกับทำธุรกิจเปิดร้านขายอุปกรณ์กีฬาตั้งแต่ยังหนุ่ม ทำให้ “เจ้าธง”ธงชัย สุขโกกี ตัดสินใจแขวนถุงมือในวัยเพียงแค่ 27 ปี

หลังจากเลิกเล่นแล้ว ธงชัย ตัดสินใจเริ่มจับงานโค้ชฟุตบอล โดยเริ่มตั้งแต่อะคาเดมี่สอนเด็ก และเข้าอบรมโค้ชซีไลเซ่น รุ่นแรกของเมืองไทย เมื่อปี 2543 และได้จับงานโค้ชทีมผู้ใหญ่กับทีมม.คริสเตียน จนเมื่อฝีมือเริ่มแก่กล้า ปี 2009 เจ้าตัวก็เริ่มงานหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับ จุฬา ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 1 โดยเข้ารับงานเลคสองในช่วงที่ทีมกำลังร่วงอยู่ท้ายตาราง สามารถพาทีมจบด้วยเลขตัวเดียว

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

อีก 2 ปีถัดมา กระโดดเลื่อนชั้นมาคุมทีมการท่าเรือ ในไทยลีก จบอันดับ 7 และพาทีมเข้าชิงฟุตบอลโตโยต้าลีกคัพ กับบุรีรัมย์ แต่พลาดท่าพ่ายแพ้ในนัดชิง ชีพจรลงเท้า ปี 2012 ลงไปคุมทีมอยุธยา เอฟซี ในฟุตบอลดิวิชั่น 2 พาทีมคว้าแชมป์โซน, แชมป์กลุ่ม และแชมป์ประเทศไทย ได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 แต่เจ้าตัวตัดสินใจไม่สานงานต่อ ไปคุมทีมประจวบ เอฟซี ในดิวิชั่น 2 ในปี 2014 ประจวบ ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชธง”คว้า 3 แชมป์ในดิวิชั่น 2 ทั้งแชมป์โซน แชมป์กลุ่ม และแชมป์ประเทศไทย ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาดิวิชั่น 1 สำเร็จ'

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

จากนั้นปี 2015 ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่เพิ่งก่อตั้งสโมสรได้ชักชวนไปทำงานด้วยในฐานะโค้ช พาทีมได้แชมป์โซนอีสาน ดิวิชั่น 2 ก่อนจบด้วยอันดับ 3 ของประเทศไทย เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 เป็นทีมที่ 3 ที่เจ้าตัวพาเลื่อนชั้นได้สำเร็จ เท่านั้นยังไม่พอ ปี 2016 กรมศุลกากร ขอใช้บริการ “โค้ชธง”ในปีที่ฟุตบอลไทยเปลี่ยนระบบมาเป็นไทยลีก 4 เจ้าตัวพาทีมได้รองแชมป์กลุ่ม และได้เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 3 เป็นทีมที่ 4 จากนั้นในปี 2018 “โค้ชธง”รับงานคุมทีมนครปฐม ยูไเต็ด ในไทยลีก 4 ซึ่งเจ้าตัวก็ยังรักษาสถิติพาทีมเลื่อนชั้นเป็นทีมที่ 5 โดยได้ 3 แชมป์คือ แชมป์โซน, แชมป์กลุ่มและแชมป์ประเทศไทย เลื่อนสู่ไทยลีก 3 คราวนี้เจ้าตัวไม่ย้ายทีม ในปี 2019 นำทีมนครปฐม คว้าแชมป์โซน, แชมป์กลุ่ม และรองแชมป์ประเทศไทยในไทยลีก 3 เลื่อนสู่ไทยลีก 2 ภายในปีต่อมา

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

และอีกปีถัดมาเกือบพาทีมนครปฐม เลื่อนสู่ไทยลีก 1 โดยจบอันดับ 3 ในลีกและได้สิทธิ์เพลย์ออฟ ก่อนที่นัดสุดท้ายจะไปพ่ายให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมเก่าที่เคยคุม พลาดการเลื่อนชั้นอย่างหวุดหวิด ก่อนที่ปีนี้จะพาทีมจบที่อันดับ 10 จากการผ่าตัดทีมใหม่เพื่ออนาคต เมื่อดูจากจำนวนทีมที่คุม แทบจะมีการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ปี “โค้ชธง”เปิดเผยถึงเบื้องหลังการย้ายทีมบ่อยว่า เป็นเพราะตนได้รับข้อเสนอที่ดีมาก ๆ จากทีมใหม่ และตัวเองต้องการความท้าทาย อยากคุมทีมให้ครบทุกภาคทั่วประเทศไทย จึงเปลี่ยนทีม เปลี่ยนโซนไปเรื่อย ๆ ส่วนวิธีการในการพาทีมเลื่อนชั้นได้ต่อเนื่อง เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้มาเพราะความฟลุ้ค แต่มาจากการทำงานหนัก ใฝ่หาความรู้ตลอดเวลาเพราะตนเองต้องทำงานต่อเนื่องทุกปี

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

“ก่อนจะออกสตาร์ต ผมจะดูคู่แข่งว่า มีทีมไหนที่เป็นคู่แข่งของทีม จะศึกษาว่า เค้าใช้โค้ชคนไหน นักเตะคนไหน เล่นแบบไหน และเราก็จะมาดูทีมเราว่าจะต้องเล่นอย่างไรกับทรัพยากรนักเตะที่มีอยู่ เมื่อเรารู้จุดอ่อน จุดแข็งของทีมเรา และจุดอ่อน จุดแข็งของคู่แข่งก็จะเอามาวางแผน” “ผมพยายามศึกษาข้อมูลคู่แข่งให้มากสุดในทุกทาง อย่างในยุคนี้ก็ดีหน่อย จะมีเทปการแข่งขันทางช่องทางออนไลน์ ก็จะมาดู 2 เกมล่าสุดของคู่แข่งแล้วเอามาตัดวีดิโอ แยกเป็นเกมรุก และเกมรับ แล้วก็เอามาศึกษาวิธีเอาชนะพวกเขา ถ้ามีเวลาก็จะไปดูเองถึงสนาม ผมโชคดีที่ทุกทีมที่ตัวเองทำงาน ผู้บริหารจะให้สิทธิ์ทำทีมเต็มที่ ทำให้เราไม่ต้องพะวงกับการโดนแทรกแซง ได้แสดงฝีมือเต็มที่” การอยู่นครปฐมยาวนานกว่าทุกทีมที่เคยทำมา ปีนี้เป็นปีที่ 5 เจ้าตัวเปิดใจว่า รู้สึกว่าทำทีมที่นี่แล้วลงตัวทุกอย่าง อยู่ใกล้บ้าน ระบบวิธีทำงาน ผู้บริหารให้ใจ ให้ทำานเต็มที่ ทำให้มีความสุขที่จะอยู่ต่อ และจะอยู่ทำทีมนครปฐมต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าผู้บริหารจะไม่ต้องการเรา หรือมีข้อเสนอให้ทำทีมชาติก็ค่อยพิจารณาถึงความเปลี่ยนแปลง

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

“ในวัย 50 ปี ผมยังมีไฟเต็มเปี่ยม ความสำเร็จในอดีตที่ผ่านมา ผมต้องแลกกับการทำงานหนัก แต่ผมยังเชื่อว่าผมยังทำทีมให้ดีได้อย่างต่อเนื่อง และมันจะพัฒนาขึ้นไปทุกปีตามความรู้ที่ผมศึกษาและประสบการณ์ที่ผมสั่งสมเพิ่มขึ้นทุกปี” และนี่คือ โค้ชที่ได้ชื่อว่าเป็นจอมเลื่อนชั้นคนหนึ่งที่มีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือและกึ๋นของเขา ธงชัย สุขโกกี

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”

เรื่องเลื่อนชั้น ไว้ใจผม “โค้ชธง”