แมนยู-มาดริดใครทุ่มมากกว่ากัน?เทียบเม็ดเงินช็อปปิ้งหลังป๋าเฟอร์กี้รีไทร์

เก้าปีผ่านไปไวเหมือนโกหก

นี่คือระยะเวลานับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมยอดฝีมือชาวเมืองน้ำเมาล้างมือในอ่างทองคำเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2013 และส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายสภาพเป็นยักษ์หลับมาจนทุกวันนี้

ก่อนหน้าจะถึงวันที่ป๋า เฟอร์กี้ รีไทร์ ผีแดง ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่โดยได้แชมป์ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่มอีกหนในปี 2008 แถมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มากถึงห้าครั้งในเจ็ดปีหลัง

อย่างไรก็ดี ความตกต่ำของ แมนฯ ยูไนเต็ด จากวันนั้นจนถึงวันนี้อดที่จะนำมาเปรียบเทียบกับ เรอัล มาดริด ไม่ได้เนื่องจากในวาระนั้น ราชันชุดขาว หมดสภาพทีมที่แข็งแกร่งไปเหมือนกัน แต่ปัจจุบันพวกเขาฟื้นคืนชีพได้อย่างองอาจโดยเป็นแชมป์ทั้ง ลา ลีกา และ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการย้ำแค้น ลิเวอร์พูล อีกยก

คงจำกันได้ว่าทีมดังของลีกกระทิงดุไม่ได้โทรฟี่ถ้วยหูใหญ่อีกเลยนับตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมาแม้จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้ก็ตาม แถมระหว่างปี 2004-2010 พวกเขาตกรอบ 16 ทีมหกปีติดต่อกันอีกด้วย

และถึงแม้ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะพาทีมซิวแชมป์ลีกได้ในซีซั่น 2011/12 แต่รวมแล้ว บาร์เซโลน่า เป็นทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในประเทศจากการคว้าแชมป์ลีกสี่สมัยในรอบห้าปีระหว่างปี 2008-2013

ฉะนั้นแล้วจึงแน่นอนว่าในเวลานั้น แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังรุ่งโรจน์ ขณะที่ เรอัล มาดริด กระเสือกกระสน

แต่แล้วนับตั้งแต่ เฟอร์กูสัน รีไทร์ ผีแดง ก็ตกต่ำดำดิ่ง ขณะที่ ราชันชุดขาว ดีวันดีคืนเป็นลำดับ

ทั้งๆที่ เดวิด มอยส์ ได้รับมรดกตกทอดจาก เฟอร์กี้ เป็นทีมชุดคว้าแชมป์ลีก แต่ อสูรแดง กลับคว้าอันดับเจ็ดในซีซั่น 2013/14 และตลอดเก้าปีพวกเขาทำได้แค่ซิวแชมป์ เอฟเอคัพ , ลีกคัพ และ ยูโรปาลีก อีกทั้งร้างโทรฟี่มาตลอดห้าปีหลังนับตั้งแต่ปี 2017 อีกด้วย

ขณะเดียวกัน เรอัล มาดริด เปลี่ยนตัวกุนซือในปี 2013 โดย คาร์โล อันเชล็อตติ มีหน้าที่ต้องเข้ามากอบกู้ทีมต่อจาก มูรินโญ่ ซึ่งไม่มีแชมป์ติดมือเลยแม้แต่ใบเดียวในซีซั่น 2012/13

ฉับพลันทันใด นายใหญ่อิตาเลี่ยนพาทีมคว้าแชมป์หูใหญ่ได้ทันที และหลังจาก อันเชล็อตติ ผละไปจากทีมในคราวแรก พวกเขาก็ได้แชมป์ ลา ลีกา อีกสามหน

ต่างกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลังพ้นยุคป๋า เฟอร์กี้ พวกเขาชนะเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบน็อคเอาท์แค่สองนัดเท่านั้นในรอบเก้าปี และไม่เคยผ่านพ้นรอบแปดทีมสุดท้ายเลย ขณะที่ เรอัล มาดริด ชนะเกมในรอบน็อคเอาท์ 24 นัด ตลอดจนเข้ารอบตัดเชือกอย่างน้อยเจ็ดหนจากเก้าปี

อย่างไรก็ดี การจะเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ได้ ทั้งสองสโมสรต่างก็ใช้เงินเสริมทัพเช่นกัน

นับตั้งแต่ เฟอร์กูสัน สละเก้าอี้ ทั้ง ผีแดง และ ราชันชุดขาว ต่างก็เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมหลายราย แถมเซ็นสัญญากับสตาร์ดังเป็นว่าเล่น แต่กลับมีผลงานในสังเวียนแข้งต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในแง่ของการลงทุน เราจะวัดกันตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมาว่าเจ้าของสโมสรของทั้งสองฝ่ายควักกระเป๋ากันหนักแค่ไหน แต่ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือว่า เรอัล มาดริด ที่ใช้จ่ายได้อย่างคุ้มค่ามากกว่ากัน

แมนยู-มาดริดใครทุ่มมากกว่ากัน?เทียบเม็ดเงินช็อปปิ้งหลังป๋าเฟอร์กี้รีไทร์

-แมนฯ ยูไนเต็ด

ห้านักเตะที่ซื้อมาแพงที่สุด

1.ปอล ป็อกบา 94.5 ล้านปอนด์

2.แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 78.3 ล้านปอนด์

3.เจดอน ซานโช่ 76.5 ล้านปอนด์

4.โรเมลู ลูกากู 76.23 ล้านปอนด์

5.อังเคล ดิ มาเรีย 67.5 ล้านปอนด์

ห้านักเตะที่ขายออกแพงที่สุด

1.โรเมลู ลูกากู 66.6 ล้านปอนด์

2.อังเคล ดิ มาเรีย 56.7 ล้านปอนด์

3.เฮนริค มคิตาร์ยาน 30.6 ล้านปอนด์

4.แดเนี่ยล เจมส์ 26.19 ล้านปอนด์

5. มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน 20.7 ล้านปอนด์

ยอดซื้อรวมเก้าปี :1.21 พันล้านปอนด์

ยอดขายรวมเก้าปี:363.47 ล้านปอนด์

ค่าใช้จ่ายโดยรวม : 854.4 ล้านปอนด์

แมนยู-มาดริดใครทุ่มมากกว่ากัน?เทียบเม็ดเงินช็อปปิ้งหลังป๋าเฟอร์กี้รีไทร์

-เรอัล มาดริด

ห้านักเตะที่ซื้อมาแพงที่สุด

1.เอแด็น อาซาร์ 103.50 ล้านปอนด์

2.แกเร็ธ เบล 90.90 ล้านปอนด์

3.ฮาเมส โรดริเกซ 67.50 ล้านปอนด์

4.ลูก้า โยวิช 56.70 ล้านปอนด์

5.เอแดร์ มิลิเตา 45 ล้านปอนด์

ห้านักเตะที่ขายออกแพงที่สุด

1.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ 105.30 ล้านปอนด์

2.อังเคล ดิ มาเรีย 67.50 ล้านปอนด์

3.อัลบาโร่ โมราต้า 59.40 ล้านปอนด์

4.เมซุต โอซิล 42.30 ล้านปอนด์

5.มาเตโอ โควาซิช 40.50 ล้านปอนด์

ยอดซื้อรวมเก้าปี : 905.95 ล้านปอนด์

ยอดขายรวมเก้าปี : 796.05 ล้านปอนด์

ค่าใช้จ่ายโดยรวม : 136.9 ล้านปอนด์

แมนยู-มาดริดใครทุ่มมากกว่ากัน?เทียบเม็ดเงินช็อปปิ้งหลังป๋าเฟอร์กี้รีไทร์